"การรับฟังและสื่อสารอย่างสันติวิธี"
โดย คุณไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2552 ณ ห้องสมุดสวนหนังสือเจริญกรุง
บทถอดเทปกิจกรรมเสวนา
คุณไพรินทร์ "คือการฟังอย่างมีเหตุผลเราต้องฟังด้วดตัวเราเองและฟังคำพูดของผู้อื่นด้วย รู้ทันความรู้สึก มองรู้ถึงความต้องการ เนื่องจากความรู้สึกของคนเรามีหลากหลายมากมายไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ในทุกๆระดับ และในแต่ละความคิดของคนมีมากมายหลายความคิดที่แตกต่างกัน เช่น ในเวลาที่ไม่พอใจใคร เราก็จะไม่ฟังความคิดเห็นของคนนั้นน เพราะใจเราจะมีการตัดสิน อยากจะต่อว่า เป็นต้น แต่ถ้าเรารู้เราต่อว่าอีกก็อาจไม่พอใจ เราจึงมีเทคนิคง่ายคือ ทำตัวให้เหมือนกล้องวีดีโอมันแค่บันทึกภาพและบันทึกในสิ่ที่เป็นจริงเท่านั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็พูดไปเท่านั้นเห็นอะไรเราก็พูดไปเท่านั้นไม่พูดเกินความเป็นจริง หรือพูดผิดจากสิ่งที่เราเก็น อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ยกตัวอย่างภาพให้ผู้ที่มาฟังเสวนาตีความถึงเหตุการณ์ในภาพ และตัวอย่างการพูดแบบกล้องวีดีโอกับการพูดแบบตีความ เช่น เราอาจพูดได้ว่าเขาพูดมาก แต่ถ้าพูดแบบกล้องวีดีโอก็พูดได้ว่าเขาพูดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง พูดแบบตีความอาจพูดได้ว่าอาจารย์วิชานี้โหดมากเลย พูดแบบกล้องวีดีโออาจจะพูดว่าอาจารย์วิชานี้ให้ F นักศึกษา20คนจาก100คน"
"คุณไพรินทร์ให้ผู้ที่มาฟังเสวนาทฟังตัวอย่างและให้ตอบโดยการยกมือโดยมีคำถามจากการตีความและการบันทึกจากกล้องวีดีโอ เช่น แฟนเราน่ารัก(ตีความ) แม่เห็นลูกเล่นเกมมาหลายชั่วโมงแล้ว(ตีความ) ฉันได้ยินเขาพูดว่าเธอเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง(แบบวีดีโอ)"
รู้ทันความรู้สึก ให้ทำกิจกรรม ก ข แล้วตามหลังด้วยคำว่าชอบและไม่ชอบ
ปากกา (ก) ม้า (ข)
ช้าง (ก) กระเทียม (ข)
ลูกน้อง (ก) ดินสอ (ข)
ดวงดาว (ก) หัวหน้า (ข)
มีเงิน (ก) เครื่องบิน (ข)
หลังจากที่เขียนตามคำที่คุณไพรินทร์ให้หมดแล้ว คุณไพรินทร์ก็ให้เขียนคำ ก และ ข ว่าจำคำ ก หรือคำ ข ได้มากกว่ากัน แต่ส่วนมากจะจำคำ ก ได้มากกว่าคำ ข
"หลังจากเล่นกิจกรรมเสร็จแล้วคุณไพรินทร์ก็ยกตัวอย่างต้นไม้สองต้น ซึ่งในสองต้นนี้จะมีความแตกต่างกัน คือ ต้นที่ได้รับการดูแลและต้นที่ขาดการดูแลซึ่งจะมีผลต่อผลที่เกิดขึ้น เช่น ต้นที่ได้รับการดูแลมีใบที่เขียวซึ่งแสดงถึงความรู้สึกเหมือนกับคนที่ได้รับ ความปลอดภัย กำลังใจ สดชื่น ผ่อนคลาย สบายใจ มีความเข้าใจ มีความรู้ไปในทางบวก และอีกต้นที่ไม่ได้รับการดูแลใบแห้งก็เหมือนกับคนที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ต้องการความเข้าใจ ต้องการกำลังใจ และมีความรู้สึกทางลบ"
กิจกรรม ให้เขียนความรู้สึกของตนเองในกระดาษแล้ว จับคู่กันให้คนที่เกิดก่อนโดยไม่ต้องนับ พ.ศ.ให้นับวันที่ที่เกิด เมื่อจับคู่เสร็จก็ให้เดาความรู้สึกในใจของคนที่เป็นคู่ของเราว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรและเปลี่ยนกันเดา เนื่องจากการเดาความรู้สึกของคนอื่นเราต้องใช่ทั้งสายตา ความรู้สึกในใจ สีหน้าของคนที่เราจะเดาว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรกับเราหรือกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เป็นต้น แล้วเล่าว่าความต้องการพื้นฐาน เช่น ปัจจัย4 ต้องการพักผ่อน ต้องการการยอมรับ เมื่อพูดจบแล้วให้ผู้ร่วมเสวนาเขียนความรู้สึกของตัวเอง ประมาณ5นาทีเพื่อเตรียมความพร้อม และเล่าเกี่ยวกับ ดร.มาร์แชล โรเซนเบอร์ก
"ว่า ดร.มาร์แชล โรเซนเบอร์กได้เข้าไปทำงานกับคนในคุกได้เข้าไปกับคนที่ข่มขืนเด็ก และได้ถามจนรู้ว่าความต้องการของคนในคุย เข้าต้องการความเข้าใจในตอนเด็ก เพราะเมื่อตอนยังเด็กเขาถูกข่มขืน เขาทำไปโดยไม่รู้ว่าเขาต้องการความต้องการ เมื่อไรที่เขาเข้าใจเขาก็คงไม่ทำอย่างนั้น เมื่อเล่าเสร็จก็ยกตัวอย่าง เช่นเมื่อเราเมื่อเขาว่าเราเราก็ว่าคืน เมื่อเราโดนคนชกเราต้องชกหนักขึ้น ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราต้องคิดก่อนว่าเมื่อเราชกกับแล้วจะมีคนยอมรับไหม และคุณไพรินทร์เล่าประสบการณ์จริงว่า วันหนึ่งเขาขับรถไปโดนรีถอีกคันหนึ่งปราดหน้า แล้วเราลองนึกถึงความต้องการว่าเราต้องการคือความปลอดถัย และยกความต้องลึกๆของคน เช่น เงินบางคนบอกว่ามีเงินแล้วมีความสุข บางคนบอกว่ามีรถแล้วจะมีความสุข บางคนบอกว่ากินอาหารอร่อยแล้วมีความสุข"
"เมื่อคุณไพรินทร์ เล่าเรื่องต่างๆเสร็จ แล้วให้ผู้ร่วมเสวนาแบ่งกลุ่ม ประมาณ4-5คนมีชื่อกิจกรรมไพ่ความรู้สึก เมื่อเข้ากลุ่มเสร็จเลือกเจ้ามือ ไพ่มีสองสี สีแดง ไพ่แสดงความรู้สึก สีเหลืองไพ่แสดงความต้องการ แล้วให้เจ้ามือเล่าความรู้สึก เมือเล่าเสร็จก็ให้เจ้ามือเลือกไพ่สีชมพูไว้ แล้วแจกไพ่สีเหลืองให้กับเพื่อนที่อยู่รอบวงจนหมดเมื่อเสร็จก็เปลี่ยนคนก่อนเป็นเจ้ามือจนครบทุกคน แล้ววิทยากรถามว่ามีคนรู้สึกอย่างไรบ้าง"....
ถอดโดย นายธนาวิชช์ แซ่โซ้งและนายจีรพล เจินทำ นักเรียนผู้ช่วยบรรณารักษ์ ; เผยแพร่วันที่ 1ตุลาคม 2552
..........................................................................
ภาพบรรยากาศในการเสวนา
|














